| Alek's profileAlek PopcornPhotosBlogLists | Help |
|
|
October 22 Rider Show!
ยังมีโอกาสอีกแค่ 2-3 วันนะครับ สำหรับใครที่อยากไปชมการแสดงโชว์สด ของเหล่าไรเดอร์ยุคคลาสสิค โดยเฉพาะพวกที่ยังหัวใจเด็ก หรือมีเด็กๆ(...ลูกหลานนะครับ) ผมได้ไปดูการแสดงตั้งแต่วันแรกแล้วละครับ(วันที่ 13) แต่เป็นรอบที่สอง คือรอบค่ำ จะว่าเห่อก็ได้ เพราะทนเสียงรบเร้าของน้องชายวัย 5 ขวบไม่ไหว เลยต้องไปจองล่วงหน้าไว้ร่วมเดือน ตั๋วของงานก็ถือเป็นของสะสมได้เหมือนกันนะครับ สวยดี และมีหลายแบบหลายลาย บังเอิญผมมีแค่ 2 ใบแต่เห็นมีรูปเดี่ยวๆ อีกหลายตัว ไม่รู้ว่าเพราะอ่อนประชาสัมพันธ์ หรือเพราะบัตรแพง หรือคนจัดคาดผิดถึงได้จัดรอบไว้เยอะเกินไป ก็เลยทำให้คนมาดูไม่แน่นอย่างที่ควร วันแรกที่ผมไปดูเลยรู้สึกหลวมๆ ตามสายตาน่าจะประมาณ 60-70% ของความจุในอารีน่า แต่ถึงคนจะน้อยไปนิด ความคึกคักของเด็กๆ และคนดูก็ไม่น้อยนะครับ กิจกรรมภายนอกก็มีเยอะ สินค้าที่ระลึกก็มีแยะ แต่ออกจะขูดเลือดผู้ปกครองไปไม่น้อย เพราะแต่ละอย่างแพงๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะเสื้อยืดลิขสิทธิ์ หรือแม้แต่ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ที่เห็นติดตามห้าง มีอยู่ 4 แบบ ก็ขายรวมกันทีเดียว 100 บาท ทั้งที่น่าจะแจกฟรีพร้อมกับตั๋วไปเลย นอกจากนี้ ยังหัวใสรับจองหนังสือชุดไอ้มดแดง Collection เป็น Box Set จำนวน 12 เล่ม หน้างาน ทั้งที่ยังพิมพ์ไม่เสร็จ มีตัวอย่างให้ดูแค่ 2-3 เล่ม เรียกว่าคุ้มครับ เพราะไม่ต้องพิมพ์ก่อน รับเงินจองชุดละ 999 แถมรู้ยอดขายแน่นอนไม่ต้องพิมพ์ทิ้งขว้าง นี่ก็ต้องจองไป 1 ชุดเหมือนกัน เห็นแล้วก็คงอดใจลำบากละครับ ภาพสวยเนื้อหาเพียบ ก็ไม่มีกำหนดบอกว่าจะได้เมื่อไหร่ แต่น่าจะไม่เกินเดือนหน้านะ ในงานได้เจอคนบันเทิง ที่หอบลูกจูงหลานมาดูกันหลายคน อย่างผู้กำกับยงยุทธ ทองกองทุน(แจ๋ว) ดารารุ่นใหญ่ช่อง 3 แม้แต่เรวดี ศรีท้าว อดีตลมกรดสาว ก็กระเตงลูกมากดูกับเขาด้วย แบบกระเตงหนีบลูกเข้าเอวเดินตัวปลิวผ่านหน้าผมไปจริงๆ ครับ ตัวโชว์เองก็คงไม่มีอะไรพูดถึงมาก ไอ้มดแดงใส่หน้ากากจะโชว์อะไรได้อีก นอกจากท่าเตะต่อย หลังจากต้องนั่งดูโฆษณาของสปอนเซอร์ 4-5 เจ้าไปประมาณเกือบ 10 รอบ เวทีถึงเปิดด้วยการร้องเพลงนำของ V1 ...เซบารูช็อกก้า...โดยจิ๊บ รด. วสุ แสงสิงแก้ว จากนั้นพอเปิดฉากมาก็พะบู๊กันเลย มีการใส่ฉากไทยๆ เอาใจเจ้าภาพไว้ด้วย เป็นฉากวัด โดยวางเรื่องให้องค์การปีศาจตั้งฐานทัพไว้ใต้วัด จากนั้นไรเดอร์ก็ทะยอยโผล่ออกมาทีละ 2-3 ตัวจน(เกือบครบ) ตั้งแต่ V1 จนถึงซุปเปอร์วัน ขาดเพียงไรเดอร์แมน V4 เท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสงวนไว้ไม่ให้คนอื่นเล่นหรือเปล่า หลังจากที่ตัวแสดงจริงตายไปหลายปีแล้ว การแสดงมีพากย์เสียงไทยโดยทีมพากย์จาก TIGA แต่มีช่วงต่อสู้ที่ปล่อยเสียงซาวด์ออริจินอล ของตัวแสดงสดๆ
ก็ไม่ต่างจากการแสดงโชว์ไรเดอร์เบลด ที่มีแผ่นออกมาขาย สู้กันไปมาจนจบ ด้วยเวลาไม่น่าจะเกินชั่วโมงไปสักเท่าไหร่ มีเอฟเฟ็กต์ลอยตัวของสกายไรเดอร์ให้ดูอยู่นิดหน่อย กับมอเตอร์ไซค์อีก 2 คัน ของ V3 กับ V1 ให้รู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ข้อเสียที่เห็นชัดก็เป็นเรื่องซาวด์ครับ มันดังเกินไป จนรู้สึกรำคาญบ้าง แถมเสียงก็ไม่เคลียร์ อับๆ โดยเฉพาะเสียงพากย์ไทยของปีศาจ บางช่วงฟังไม่รู้เรื่อง สำหรับพ่อแม่คงจะเฉยๆ กับการแสดง (ผมมีแอบวูบไปพักนึง) แต่กับเด็กๆ เท่านี้ก็มันส์ และถูกใจกันแล้วละครับ ไม่แน่ใจว่าโชว์ครั้งนี้จะถูกประเมินจากโตเอะ ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ คงต้องดูจากรอบหลังๆ ว่าคนจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ก็หวังว่าคงจะกลับมาอีก พร้อมกับไรเดอร์ใหม่ๆ แต่ไม่ต้องมาบ่อยนักนะครับ เพราะตั๋วแพงอย่างนี้มาสัก 2 -3 ปีหนก็พอครับ September 30 อาการพี่แกละ และ The Mythในเว็บ popcornmag.com ผมมีพูดถึงเรื่องอาการป่วยของผู้กำกับทวิภพ คุณสุรพงษ์ พินิจค้า อดีตนักทำหนังสั้นและหนังทดลองระดับตำนาน ไปเมื่อสองวันก่อน ตอนนี้พี่แกละ กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพ ห้อง A625 เป็นการป่วยที่กระทันหันมาก หลังจากที่ล้มฟุบไปเมื่อวันอาทิตย์จนต้องส่งเข้าห้องฉุกเฉิน เห็นว่าเป็นผลจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ก็น่ากลัวเหมือนกัน ซึ่งล่าสุดที่ผมไปเยี่ยมพี่แกละ พร้อมกับน้องในเว็บ แกดีขึ้นมากแล้วครับ สามารถพูดได้ และขยับแขนขาเองได้แล้ว แต่ข้างซ้ายยังไม่ค่อยมีแรง ถือว่าปลอดภัยแล้ว และน่าจะฟื้นตัวได้เร็วทีเดียว โชคดีครับที่เส้นเลือดไม่ได้แตก แต่ก็ยังต้องทำกายภาพบำบัด และคงจะกลับบ้านได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า มีรูปมาฝากด้วย สำหรับแฟนๆ หนังของพี่แกละ ก็สบายใจได้ละครับว่าพี่เขาดีขึ้นแล้ว ตอนที่ไปเยี่ยมมีพี่โดม และพี่ลิรวมถึงน้องๆ จากมูลนิธิหนังไทยไปเยี่ยมพอดี ก็เลยดูจะครึกครื้นเป็นพิเศษ ในภาพจะมีพี่แมวแฟนของพี่แกละยืนอยู่ไกลๆ ส่วนภาพใกล้ๆ นั่นไม่ใช่นะครับ มาถึงหนังฟอร์มใหญ่ The Myth หนังล่าสุดของเฉินหลง ที่ผมได้มีโอกาสไปดูรอบพิเศษเมื่อคืน ถือเป็นหนังฟอร์มใหญ่ยักษ์ของเฮียเขาเลย เนื้อหาพูดถึงคน 2 ยุค คือแม่ทัพในสมัยจิ๋นซี กับนักโบราณคดีในยุคปัจจุบัน ที่ออกแนวผจญภัยแฟนตาซีแบบอินเดียน่าโจนส์ แต่ออกจะจบด้วยความมั่วเล็กน้อย เพราะจบโอเว่อร์เกินไปนิด (ถ้าใครเคยดูเทียนฟง คนตรง 2 พันปี ก็มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน เอามายำรวมกับแนวผจญภัยแบบอินเดียน่าเฉิน) แต่รวมๆ ถือว่าสนุกใช้ได้ แถมเฉินหลงยังเล่นเป็น 2 แคแรกเตอร์ที่แตกต่าง โดยเฉพาะบทแม่ทัพจีน ที่เป็นแนวดราม่า แบบที่เราไม่คุ้นเคย ด้วยฉากบู๊แบบจริงจังไม่มีขี้เล่น ดูแล้วผมชอบนะ และน่าจะเป็นแนวในอนาคตของเฉินหลงได้ เพราะดูแล้วบทกุ๊กกิ๊ก ตลกไปบู๊ไป คงจะไม่ไหวแล้ว หน้าเฮียแกย่นไปเยอะเลย พอๆ กับแฟนเก่าอย่างผม ส่วนดีของหนังนอกจากฉากย้อนยุค ก็คือนางเอกเกาหลี คิมฮีซอน ที่สวยหวานและน่ารัก รวมถึงแม่สาวภารตะ ที่มาพร้อมความสวย และความเซกซี่ มัลลิการ์ เซราวัต นี่ถ้ามีภาคต่อ อยากขอให้เฮียเรียกเธอกลับมาเล่นอีกจัง และมอบบทให้เยอะๆ เลยก็ดีนะ เรื่องนี้ออกน้อยไปนิด สุดท้ายก็ละครเวที อลหม่านหลังบ้านทรายทอง รอบใหม่ กลับมาเล่นแล้วนะครับ ผมได้ไปดูรอบที่ 81 เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งเป็นรอบแรกของการรีเทิร์นมาแสดงใหม่ และเป็นรอบที่ 2 แล้วสำหรับเรื่องนี้ หลังจากได้ดูไปเมื่อ 4-5 ปีก่อน ตอนที่จารุณีมาเล่นด้วยกันกับเบ๊นซ์ หลายๆ อย่างยังเหมือนเดิม แต่ผมชอบเวอร์ชั่นก่อน เพราะดาราที่มาแสดงล้วนแต่ฝีมือจัดจ้าน คราวนี้ก็ยังโอเคครับ ป้าจิ ยังเป็นคนเดียวที่รับบทเดิมมาตลอด 81 รอบ และจะเล่นจนถึง 100 รอบ คงหาคนมารับบทนี้แทนไม่ได้ละครับ ใครยังไม่เคยชม ก็ควรลองไปดูกันบ้างครับ บทดีการแสดงใช้ได้ ถึงจะไม่ฮามากนัก แต่ก็ยังสนุกครับ ข้อเสียก็คงเป็นที่ราคาบัตรสูงพอดู จนจะกลายเป็นว่า ละครเวทีทำสำหรับคนมีตังค์ไปแล้ว ทำให้คนดูน้อยจนโหวงเหวงพิกล ไม่ค่อยชินเลยครับ ปกติสมัยที่อยู่ที่เดิมโรงละครกรุงเทพ จะคนดูแน่น ตอนนี้ที่เมโทรโพลีส บัตรต่ำสุดรู้สึกจะ 400 สูงสุดนี่ 1000 มั้ง แถมมีแบบเก้าอี้ฮันนีมูนซีท 3000 บาท/คู่ และโรงละครที่ดัดแปลงจากโรงหนังก็ดูแปลกๆ เวทีรู้สึกใกล้คนดูไปนิด โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่ฉากใหญ่จนดูแทบล้นเวที แต่ก็ดีกว่าไม่มีที่ให้แสดงละครับ |
|
|